2 ตำนานเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของ “ชีส”

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ชีส” เป็นวัตถุดิบยอดนิยมในการประกอบอาหาร ที่คนทั่วโลกต่างหลงรักในรสชาติที่แสนอร่อย ไม่ว่าจะทานคู่กับอะไรก็ลงตัว อักทั้งมีชีสหลากหลายชนิดให้เลือกรับประทาน เรียกได้ว่าเป็นความอร่อยที่ใครหลยคนต่างหลงใหล ถึงแม้จะมีส่วนทำให้น้ำหนักขึ้นก็ยอม!

สำหรับประวัติความเป็นมาของชีส หลายคนอาจทราบกันดีว่า เป็นผลิตภันณฑ์ที่นำมาจากนมวัวหรือนมแพะ แต่ถ้าเจาะลึกลงไปกว่านั้น ทราบไหมว่า ชีสถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร ? และใครเป็นผู้คิดค้น ? ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของ “ชีส” มาไว้ให้คุณได้ทราบโดยทั่วกันแล้ว

♦ “ชีส” เป็นอาหารที่เก่าแก่ที่สุดของโลก 

ชีสเกิดขึ้นจากแนวคิดของมนุษย์ในการถนอาหาร โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม แต่มีคุณค่าทางอาหารมากกว่านม สำหรับชื่อของชีสมาจากภาษาละตินคำว่า Caseus ซึ่งหมายถึง ก้อนโปรตีนที่ได้จากน้ำนมวัว ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด นอกจากนี้ยังได้มีการกล่าวไว้ว่าชีสถือเป็นอาหารที่เก่าแก่ที่สุดของโลกอีกด้วย

♦ ตำนานแรกกล่าวว่า “ชีส” กำเนิดขึ้น เมื่อ 6,000 ปี

มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับชีสเอาไว้ว่า ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 6,000 ปีก่อนคริสตศักราชในทะเลทรายแถบเมโสโปเตเมีย มีชายชาวอาหรับกำลังเดินทางข้ามทะเลทรายไปอีกเมืองหนึ่ง โดยใช้อูฐเป็นพาหนะ ซึ่งชายผู้นี้ได้เตรียมนมใส่กระเป๋าที่ทำจากกระเพาะแกะเป็นเสบียงในระหว่าการเดินทาง หลังจากที่ใช้เวลาเดินทางอย่างยาวนาน ชายผู้นี้เกิดอาการกระหายน้ำ จึงได้ยกกระเป๋าที่ใส่นมเอาไว้ขึ้นมาดื่ม แต่แล้วก็ได้พบว่านมที่เตรียมไว้ได้แยกออกเป็นสองส่วน โดยส่วนแรกจับตัวเป็นก้อน พร้อมทั้งมีรสชาติที่อร่อย และส่วนที่สองเป็นน้ำสีขาวขุ่น สาเหตุเกิดจากในเยื้อบุของกระเพาะแกะมีเอนไซม์ที่ชื่อว่าเรนเนท เมื่อแรนเนทเจอกับความร้อนในทะเลทรายจึงทำให้นมอุ่นขึ้น บวกกับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของอูฐ จึงทำให้นมแยกตัวออกจากกันเป็นสองส่วน และด้วยเหตุนี้เอง จึงกลายเป็นเทคนิคที่ใช้ผลิตชีสมาจนถึงทุกวันนี้

♦ ตำนานที่สองกล่าวว่าอริสเตอุสเป็นผู้ให้กำเนิด “ชีส”

ตำนานที่สองได้บอกเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีสถึงสมัยกรีกโบราณ โดยมีการบันทึกในคัมภีร์ไบเบิลเอาไว้ว่า  อริสเตอุสบุตรชายแห่งเทพเจ้าอะพอลโลเป็นผู้ให้กำเนิดชีส โดยอริสเตอุสได้ถ่ายทอดวิธีการผลิตชีสให้แก่ชาวกรีก จากนั้นชาวกรีกได้นำมาถ่ายทอดให้กับชาวโรมัน นับตั้งแต่นั้นมา ชาวโรมันจึงถือว่าชีสเป็นอาหารหลักประจำวันที่ต้องรับประทาน โดยชาวโรมันจะมีห้องสำหรับเก็บชีสทุกหลังคาเรือน และผู้ที่เผยแพร่ให้ชีสเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกก็คือทหาณโรมัน เนื่องจากเวลาไปออกรบ ทหารโรมันจะทำหารแบ่งชีสส่วนหนึ่งให้กับทหารท้องถิ่น รวมถึงผู้คนในบริเวณนั้น หลังจากนั้นในช่วงยุคกลางบาทหลวงได้ทำการผลิตชีสขึ้นเพื่อออกจำหน่ายหารายได้เข้าโบสถ์ จึงเป็นเหตุทำให้โบสถ์กลายเป็นแหล่งเรียนรู้เกียวกับการผลิตชีส และนับตั้งแต่นั้นมาได้มีการพัฒนาสูตรจนเป็นชีสที่แสนอร่อยอย่างทุกวันนี้

♦ มี 6 ประเทศที่ผลิต “ชีส” แบบดั่งเดิม 

ปัจจุบันมี 6 ประเทศที่ยังคงรักษาวิธีการผลิตชีสแบบดั่งเดิม ได้แก่  อิตาลี, ฝรั่งเศส, เยอรมันอังกฤษ, สวิสเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งแต่ละประเทศล้วนมีกระบวนการผลิตที่มาพร้อมคุณภาพเยี่ยม พร้อมทั้งรักษามาตรฐานชีสแบบดั่งเดิม ที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้หลายคนทั่วโลกต่างหลงใหลในรสชาติที่แสนอร่อยจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ก็จะเป็นการผลิตชีสแบบอุตสาหกรรมท่ี่มุ่งเน้นในเรื่องของปริมาณการผลิตเป็นหลัก

เรียกได้ว่านอกจากความอร่อยที่แสนเพอร์เฟคแล้ว ยังมาพร้อมกับสองตำนานเก่าแก่ ที่ควรค่าแก่การรับรู้เป็นที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *